หมวดหมู่: ความรู้ด้านไอที

Facebook เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ Take a break เตือนวัยรุ่นเลี่ยงเนื้อหาที่เป็นอันตราย

    Facebook เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เชื่อว่าถ้าหากใครได้ติดตามข่าวในแวดวงโซเชียลมีเดียจะเห็นได้ว่าในขณะนี้ Facebook กำลังเจอปัญหาหนักหลังจากที่ Facebook ถูกอดีตพนักงานของ Facebook ที่เคยทำงานแล้วลาออกไปแล้วออกมาเปิดเผยข้อมูลที่ทำให้ Facebook นั้นต้องสั่นสะเทือนเนื่องจากว่าคนที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ Facebook ได้มีการกล่าวหาว่า Facebook นั้นเป็น Application ที่มาทำร้ายวัยรุ่น

         โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่นสาวๆนอกจากนี้ยังระบุว่า Facebook นั้นสนใจแต่ผลประโยชน์และกำไรโดยไม่สนใจสิ่งที่จะเกิดอันตรายต่อผู้ที่ใช้งานหลังจากที่เรื่องราวนี้ถูกตีแผ่ผ่านทางสื่อต่างๆก็ทำให้วงการโซเชียลมีเดียส่วนสะเทือน

โดยเฉพาะ Facebook ที่ถูกกล่าวหาถึงแม้ว่าทางผู้บริหารของ Facebook นั้นจะออกมายืนยันว่าสิ่งที่ทางอดีตลูกจ้างกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริงแต่ก็ทำให้หลายหน่วยงานนั้นออกมาเรียกร้องให้ Facebook นั้นมีการเปลี่ยนแปลง Future ภายใน Application เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงสำหรับผู้ที่เข้าไปใช้งาน Facebook นั่นเอง

           ดังนั้นทางผู้บริหารของ Facebook ก็คือรองประธานด้านกิจการระดับโลกของ Facebook ก็ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนโยบายที่ทาง Facebook กำลังทำอยู่ในตอนนี้ซึ่ง  นาย นิค  เคล็กก์  ออกมาบอกว่าในตอนนี้ Facebook กำลังทำการเพิ่มฟีเจอร์เข้ามาใหม่ใน application facebook

โดยฟีเจอร์ใหม่นี้มีคุณสมบัติที่จะเข้าไปทำการเตือนไปรุ่นที่เข้าไปใช้งาน Facebook ถึงเนื้อหาที่วัยรุ่นคนนั้นอ่านอยู่หรือติดตามอยู่ว่าเป็นเนื้อหาที่ก่อให้เกิดอันตรายหรือไม่ซึ่ง Application นี้จะคอยทำการเตือนคนที่เข้าไปใช้งานหรือถ้าเห็นว่าใครที่เข้าไปใช้งานใน Facebook แล้วมีการติดตาม Content ซ้ำซ้ำก็จะมีการสะกิดเตือนให้ทางผู้ใช้งานทราบว่าตอนนี้คุณกำลังดูรายการซ้ำอยู่

          โดย Future ดังกล่าวทาง Facebook ได้มีการตั้งชื่อว่า Take a break ซึ่งคุณสมบัติของฟิวเจอร์ตัวนี้ นอกจากจะแจ้งข้อมูลเนื้อหาที่เป็นอันตรายแล้วยังจะสามารถหยุดการใช้งานถ้าหากพบว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นอันตรายให้กับผู้ใช้งานได้อีกด้วยอย่างไรก็ตามฟีเจอร์นี้ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาระบบอยู่ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดให้ผู้ที่ใช้งาน Facebook ได้สามารถใช้งานฟีเจอร์ได้ในเร็วๆนี้ 

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเมื่อฟีเจอร์นี้ออกมาจะสามารถช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งาน Facebook หรือเลือกติดตามข้อมูลข่าวสารที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น  ซึ่งทาง Facebook เองก็ออกมาพัฒนารูปแบบการให้บริการอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องการไม่ให้มีการเผยแพร่เนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงความเกลียดชังหรือแม้แต่การปล่อยข่าวปลอม ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมของทาง Facebook นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

TSMC ยืนหนึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในเอเชียแสงหน้า tencent 

  TSMC ยืนหนึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่า อย่างที่เรารู้กันดีว่าบริษัท TSMC และบริษัทเทนเซ็นต์นั้นต่างก็เป็นคู่แข่งกันเนื่องจากว่าทั้งคู่นั้นมีการผลิตสินค้าแนวเดียวกันนั่นก็คือการผลิต chipset ออกจำหน่ายให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก

อย่างไรก็ตามสำหรับบริษัทTSMC เป็นบริษัทของประเทศไต้หวันซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยบริษัทคู่ค้าที่ทำการซื้อ chipset จากทางTSMCเช่นบริษัทแอปเปิลนั่นเอง

       อย่างไรก็ตามสำหรับบริษัทผลิตที่chipsetในนามตัวแทนของบริษัท  tencet นั้นก็เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในการผลิต chipset  ไม่ต่างกันซึ่งบริษัท tencent 

นั้นเป็นบริษัทที่เกิดเติบโตมาจากประเทศจีน อย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการจัดอันดับบริษัทที่มีมูลค่าสูงมากที่สุดในแถบทวีปเอเชียโดยแน่นอนว่าตัวเป็นที่สำคัญในการจัดอันดับก็คือทั้งบริษัท TSMC และบริษัท  tencent นั่นเอง 

       อย่างไรก็ตามผลปรากฏว่าที่ TSMC สามารถผลักดันให้ตนเองมีมูลค่าสูงมากที่สุดในทวีปเอเชียได้ซึ่งเท็นเซ็นนั้นตกอันดับไปเนื่องจากสาเหตุเพราะว่าในขณะนี้บริษัท  tencent นั้นกำลังได้รับการเข้าไปปราบปรามดูแลการจัดการการทำงานต่างๆจากทางรัฐบาลจีน ทำให้เมื่อมีการวัดมูลค่าแล้วผลปรากฏว่าทาง TSMCนั้นมีมูลค่าสูงกว่าซึ่งต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพราะที่ TSMC นั้นถูกประมูลมูลค่าเอาไว้อยู่ที่ประมาณ 5.38 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ 

       แต่สำหรับของบริษัทแทนนั้นมูลค่าของบริษัทนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 5.3 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งต่างกันเพียงเล็กน้อยแค่เท่านั้นเอง จึงได้เป็นอันดับที่ 2 ในขณะที่อันดับ 3 นั้นเป็นบริษัทของอาลีบาบาซึ่งมูลค่านั้นอยู่ที่ประมาณ 4.7 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับสาเหตุที่ทำให้บริษัทtencentมีมูลค่าที่น้อยกว่าของบริษัทที่ TSMC นั่น

ก็เพราะว่า  รัฐบาลของจีนไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องของการใช้เทคโนโลยีในประเทศจีนเพราะรัฐบาลมองว่าตอนนี้เทคโนโลยีต่างๆส่งผลทำให้เด็กๆนั้นหันมาสนใจเรื่องของการเล่นเกมและกลายเป็นเด็กติดเกมติดสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ

         แน่นอนว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบก็คือบริษัทtencent  เพราะเป็นบริษัทผลิต  chipset  รายใหญ่ของประเทศจีนในขณะเดียวกันก็เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านเกมรายใหญ่ที่สุดในประเทศจีนอีกด้วย นอกจากในขณะนี้บริษัทchipset กำลังเจอปัญหาภายในแล้วก็บริษัท TSMC เองก็ได้รับแรงสนับสนุนจากกำลังซื้อภายนอกไม่ว่าจะเป็นทาง Apple หรือบริษัทอื่นๆที่ต้องการนำ chipset  ไปในใช้ในวงการอุตสาหกรรมนั้นเอง 

   อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทั่วโลกกำลังเจอกับปัญหาการขาดแคลน ซิปเซต อย่างหนัก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอุตสหกรรมรถยนต์  หรืออุตสาหกรรมที่ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ต่างก็จำเป็นที่จะต้องใช้ซิปเซตในปริมาณที่มาก ด้วยจำนวนความต้องการที่มีต่อซิปเชต ที่มีมากนี่เองที่ส่งผลต่อมูลค่าของบริษัทที่ผลิตซิปเชต 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บนมือถือ

โฮโลกราฟิก แทกติคัล แซนด์บอกซ์

มีหลายอย่างที่เราอยากจะนำเสนอให้ทุกคนได้รับรู้กัน โฮโลกราฟิก แทกติคัล แซนด์บอกซ์  ทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นบนโลกและเรื่องที่เกิดขึ้นนอกโลกของเราในวันนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นนอกโลก  ต้องพักไว้ก่อนเพราะว่าเราจะมาพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมาบนโลกแล้วก็เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์

  ซึ่งมันก็คือเทคโนโลยีนั้นเองในยุคปัจจุบันนี้ที่โลกของเราเต็มไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆที่มีความทันสมัย  แน่นอนในบางครั้งเราก็ตามมันไม่ทันว่ามันมีเทคโนโลยีอะไรที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเราบ้าง  อย่างไรก็ตามลำดับเรื่องราวที่เรากำลังจะถึงต่อไปนี้  เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรพลาดต่อการศึกษาเลยทีเดียว

โลกของเรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมา  แล้วมันก็เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตเป็นอย่างมาก

    ยิ่งเป็นสถานการณ์ในปัจจุบันนี้  ไม่ว่าเราจะทำอะไรอยู่ที่ไหนแล้ว ก็จะเป็นเรื่องของออนไลน์ทั้งหมดเพราะว่ามีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา  แน่นอนว่าในยุคของการที่เราทำอะไรออนไลน์ทั้งหมด          มันย่อมมีเรื่องราวของเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง  อย่างไรก็ตามในวันนี้เราก็จะพูดถึงเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน  แต่ทว่ามันเป็นเรื่องราวของเทคโนโลยีทางการทหารอัจฉริยะ  ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนแต่       เมื่อเราได้ศึกษามันดูแล้วเรา ก็ควรจะรู้ว่ามันมีความสุดยอดมากเลยทีเดียว 

และเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า โฮโลกราฟิก แทกติคัล แซนด์บอกซ์ นั่นเอง สถานที่สอบทหาร  จะออกไปปฏิบัติภารกิจต่างๆมักจะต้องมีการวางแผนล่วงหน้าก่อนเสมอ  แต่ถ้าจะมัวมานั่งกางแผนที่  เหมือนเมื่อก่อนก็จะจบเทรน

ถ้าไม่เทคโนโลยีสุดเจ๋งๆอย่าง โฮโลกราฟิก แทกติคัล แซนด์บอกซ์ เกิดขึ้นมาก  แค่หยิบขึ้นมาส่งเท่านั้นจำลองทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่เช่าไม้แบบ 3 มิติ  จะเด้งขึ้นมาทันทีด้วยเป็นแบบ Full Option จัดเต็มตั้งแต่สีสันเสมือนจริงไม่ว่าจะเป็นถนนลาดเอียง  ภูเขาหรือแม่น้ำเห็นความตื้นลึก

หนาบางได้หมดหรือหากจะ ย่อขยายแผนที่ไม่ยาก  แค่หมุนซ้ายขวา  ทำตามคำสั่งแล้วช่วยการวางแผน และซ่อมรถในสถานการณ์เสมือนจริง  แต่เรื่องง่ายแม้จะอยู่คนละสถานที่  แก้ให้อีกฝ่ายสมบัติดังกล่าวทุกคนก็จะเห็นภาพแล้วได้ยินเสียงผู้เข้าประชุมทั้งหมดเหมือนกับมานั่งคุยด้วยกัน 

ทั้งดีและเด็ดขนาดนี้ของมันต้องมีแฟนคลับแล้วล่ะแน่นอนว่าถ้าหากว่าได้มีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวนี้  มาใช้ในด้านการทหารจริงๆมันจะเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆเลยทีเดียวศัตรูผู้ร้าย ก็คงจะไม่กล้ารุกรานเข้ามาหรือว่ากล้าทำสงครามกับเราอย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนโดย.  gclub

Blue Origin พากัปตันเคิร์กจาก Star Trek ท่องอวกาศ

       ถึงแม้จะไม่ใช่ยานสำรวจอวกาศเอ็นเตอร์ไพรส์ แต่ยาน นิวแชฟเพิร์ต ของ Blue Origin ก็ได้ทำให้ความฝันของกัปตันเคิร์กพระเอกคนดังจากเรื่อง  Star Trek ท่องอวกาศ  เป็นความจริงขึ้นมา ด้วยการพากัปตันขึ้นไปท่องบนอวกาศ

         ในที่สุดกัปตันเคิร์กหรือ William shatner นักแสดงผู้รับบทกัปตันเจมส์ ผู้รับบทเป็นกัปตันในภาพยนตร์เรื่อง Star Trekก็ได้ไปท่องอวกาศจริงๆกับ Blue Origin หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางบริษัทได้มีการเลื่อนการเดินทางไปนอกอวกาศออกไปเนื่องจากว่าสภาพภูมิอากาศนั้นเมื่ออำนวยจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการบินค่ะ

         โดยภารกิจนี้มีชื่อเรียกว่า New Shepard NS-18 เนื่องจากเป็นเที่ยวบินที่ 18 และการทดสอบบินในครั้งก่อนหน้าค่ะซึ่งครั้งนี้ถือว่าเป็นการขึ้นบินของลูกเรือพลเรือนเต็มลำชุดที่ 2 ของ Blue Origin หลังจากที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานะคะโดยทีมลูกเรือชุดใหม่นี้จะมีใครบ้างมาดูกันค่ะเริ่มต้นด้วย William shatner วัย 90 ปีนักแสดงที่โด่งดังจากบทกัปตันเจมส์เคลิร์กใน Star Trek แล้วว่าที่ผู้ครองสถิติมนุษย์ที่มีอายุมากที่สุดที่ได้เดินทางออกนอกโลก

       ซึ่งตอนนี้ผู้ที่ครองสถิติอยู่ก็คือวอลต์รี่ ฟรั้ง วัย 82 ปีเธอเป็นนักบินและสมาชิกMercury 13ซึ่งเคยเดินทางกับ  Blue Origin ไปแล้วก่อนหน้านี้  ตามมาด้วย  ผู้บริหารชั้นนำอีกหลายคน โดยทั้งหมดนี้จะเดินทางไปกับยานอวกาศแบบไร้คนขับในกำหนดการใหม่ 13 ตุลาคมตามเวลาท้องถิ่นนะคะซึ่งสาเหตุที่กำหนดการถูกเลื่อนออกไปก่อนหน้านี้เป็นเพราะมีการคาดการณ์ว่าจะมีลมแรงสูงที่บริเวณจุดปล่อยตัวทำให้กำหนดการล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ อีก 1 วันค่ะ

      ซึ่งทางด้านบริษัท Blue Originเองก็ได้ออกแถลงบนเว็บไซต์ New Shepard NS-18  ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยโดยปฏิบัติตามข้อกำหนดของภารกิจทั้งหมดส่วนนักบินอวกาศได้ทำการฝึกแล้วดังนั้นสิ่งเดียวที่น่ากังวลช่วงที่มีการปล่อยยาก็คือเรื่องของสภาพอากาศค่ะที่จะชี้ชะตาว่าสามารถทำการบินขึ้นได้หรือไม่ส่วนไฮไลท์ของเที่ยวบินมีแน่นอนว่าคือการเชิญกัปตันเคิร์กดาราขวัญใจแฟนๆStar Trekไปด้วยนะคะ

      เพราะเป็นเหมือนกับการสานฝันที่จะได้เห็นเจ้าของบทบาทกัปตันเคิร์กตัวจริงเสียงจริงแห่งStar Trekออกไปท่องอวกาศจริงไม่ได้เป็นเพียงแค่ฉากที่ SET เอาไว้ในการถ่ายทำเท่านั้นค่ะซึ่งตัวของ  แซตเนอร์ เองเมื่อเขาได้ทราบข่าว ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันๆนะคะฉันเขาถึงจะบอกว่าได้ยินเกี่ยวกับอวกาศมานานแล้วล่ะค่ะแต่ในที่สุดก็เพิ่งจะได้มีโอกาสไปดูให้เห็นกับตาตัวเองสักที

 

สนับสนุนโดย  ufabet ฝาก-ถอน เอง

IPhone 13 อาจพบปัญหาการขนส่งให้ลูกค้าล่าช้า 

    IPhone 13 อาจพบปัญหา  เธอว่าสาวก iPhone ในขณะนี้คนต่างก็เฝ้าตั้งตารอที่จะได้ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดมาครอบครองซึ่งในขณะนี้ทางด้านบริษัทแอปเปิ้ลได้มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดเป็น iPhone 13 โดยมีการเปิดให้สาวกของ iPhone ได้ทำการจองเครื่องตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 เดือนตุลาคมปีพศ 2564 แล้ว

โดยมีการจองผ่านทางเว็บไซต์ของค่ายโทรศัพท์มือถือต่างๆที่ทางสาวก iPhone ได้มีการเป็นลูกค้าและใช้บริการอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าทาง Apple Store เองก็มีการเปิดร้านขายโทรศัพท์มือถือ iPhone รุ่นใหม่เช่นเดียวกันแต่เนื่องจากปริมาณที่มีการวางขายใน Apple Store นั้นมีน้อยมากดังนั้นลูกค้าหลายคนจึงเริ่มมีการสั่งจองกับค่ายโทรศัพท์มือถือที่ตัวเองใช้งานเพื่อหวังที่จะได้เครื่อง iPhone มาใช้งานอย่างเร็ว

        อย่างไรก็ตามในขณะนี้คาดว่า iPhone 13 ตอนนี้เจอปัญหากันบ้างแล้ว นั่นก็เพราะว่าทางบริษัทไอโฟนน่าจะมีการจัดส่งมือถือให้ล่าช้ากว่าที่กำหนด  เหตุผลที่สำคัญส่วนหนึ่งก็มาจาก covid-19 นั่นเองที่ทำให้กระบวนการผลิตนั้นอาจจะหยุดชะงักลงไปบ้าง  หนังสือพิมพ์ ชื่อดังของฝั่งเอเชีย มีการรายงานว่า 

เพราะผู้ซื้อ iPhone 13 มีจำนวนมาก และ สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของบริษัท Apple ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของประเทศอเมริกาอาจจะต้องรอสินค้าที่นานกว่าปกติ  ส่วนสาเหตุ ที่นานกว่าปกติ นั้นเกิดมาจากการระบาดของ covid 19 ในเวียดนามที่มีผลต่อการประกอบชิ้นส่วนของ supplier ของเอเชียนั่นเอง

     ที่ทำให้เกิดปัญหาการหยุดชะงักของด้านการผลิตอาจจะคลี่คลายเร็วที่สุดก็คือต้องไปถึงช่วงเดือนตุลาคมกลางเดือนเลย ซึ่งมันก็เกี่ยวข้องกับการผลิตชิ้นส่วนกล้องสำหรับ iPhone 3 ทั้ง 4 รุ่นเป็นชิ้นส่วนที่สำคัญในเวียดนามจะมีการประกอบพิธีเวียดนามเอง หนึ่งในโรงงานประกอบชิ้นส่วนกล้องสำหรับ iPhone รายใหญ่ในเวียดนามสามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้แล้วเพื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากที่มีการปิดไปหลายเดือนจากปัญหาในห่วงโซ่อุปทานนั่นเอง 

       แหล่งข่าวยังระบุเพิ่มเติมด้วย  โดยบอกว่าผู้ประกอบชิ้นส่วนยังสามารถผลิต iPhone รุ่นใหม่ได้แต่ก็เริ่มจะมีปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนในการประกอบกล้องบ้าง   ในสต๊อกใกล้หมดไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากติดตามสถานการณ์เวียดนามแล้วก็ต้องรอให้มีการผลิตเพิ่มซึ่งคาดการณ์กันว่า iPhone 13 Pro สีฟ้า Blue

ขนาดหวยความจำ 512 GB ก็น่าจะต้องรอประมาณ 15 สัปดาห์ในจีน 5 สัปดาห์ในญี่ปุ่น 4 สัปดาห์ในสหรัฐอเมริกาส่วน iPhone mini อาจจะต้องรอประมาณ 7-10 วันทั้งในประเทศจีนและประเทศสหรัฐอเมริการวมถึงประเทศญี่ปุ่นด้วย  IPhone รุ่นใหม่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 14 กันยายนก็แบ่งเป็น 4 รุ่น ก็แบ่งเป็น 4 รุ่นก็คือ iPhone 13  ,  iPhone Mini  ,  iPhone 13 Pro แล้วก็ iPhone 13 Pro Max 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet สมัครยังไง

แอพดูหนังยอดฮิตที่ควรที่จะมีไว้ที่บ้าน

การที่เราอยู่บ้านแล้วไม่ได้มีอะไรผู้คนส่วนใหญ่ก็จะทารดูหนัง หรือไม่ก็ทำการฟังเพลง แอพดูหนังยอดฮิต ซึ่งในการที่เราจะทำการดูหนังสักเรื่องนั้นเราก็อาจจะมีการคิด หรือการหาหนังเรื่องที่เราต้องการที่นาน และเราก็อาจจะไม่ได้ดูหนังเรื่องที่เราต้องการด้วย ซึ่งในปัจจุบันก็มีแอพต่างๆที่เราสามารถทำการใช้ไว้ดูหนังได้

และมีหนังให้เราเลือกดูมากมายเลย ซึ่งในแต่ล่ะแอพนั้นก็จะมีจุดเด่นและมีความแตกต่างกันไปมากเลย แต่สำหรับผู้ที่มีความชื่นชอบในการดูหนังนั้นก็ควรที่จะมีติดบ้านไว้สัก1แอพด้วย โดยที่จะมีแอพในการดูหนังที่น่าสนใจมากมายดังนี้เลย

1.Netflix

เป็นแอพดูหนังที่ได้มีความนิยมไปทั่วทั้งโลกเลย และในแอพนี้ไม่ได้มีแค่เพียงแค่หนังเพียงเท่านั้น แต่ยังมีสารคดี อนิเมะ หนังแนวต่างๆ ซีรี่ย์ รายการต่างๆ เป็นต้น ให้เราสามารถที่จะทำการรับชมได้ตลอดเวลาเลย แต่แอพNetflixนี้จะมีการคิดค่าบริการที่แบบรายเดือน ทุกๆเดือนเลย แต่ในตอนเริ่มต้นเราจะสามารถทำการใช้งานการทดลองใช้ฟรีได้หนึ่งครั้งด้วย ซึ่งเราสามารถที่จะทำการสมัครมานอนดูหนังหรือรายการต่างๆตามที่เราชื่นชอบได้ชิลล์เลย

2.Viu

เป็นแอพดูหนังจากประเทศฮ่องกง ซึ่งเป็นแอพที่เหมาะกับคนที่ชอบในการดูซีรี่ย์มากกว่าหนังมากๆเลย เพราะว่าแอพนี้นั้นเป็นแอพที่มีซีรี่ย์เกาหลีมากมายให้เราได้เลือกดูเลย ซึ่งแอพนี้เราสามารถที่จะทำการดูฟรีได้เพียงแค่บางเรื่องเพียงเท่านั้น เพราะว่าซีรี่ย์บางเรื่องนั้นจำเป็นที่จะต้องทำการสมัครVIP เพื่อที่จะทำการดูด้วย

3.Wetv

เป็นแอพที่เหมาะกับผู้คนที่ชื่นชอบซีรี่ย์จีนมากๆ เพราะว่าแอพWetvนี้เป็นแอพที่ได้มีการรวบรวมหนังและซีรี่ย์ของประเทศจีนไว้ให้เราสามารถทำการเลือกดูมากมายเลย นอกจากนี้ยังจะมีซีรี่ย์ของไทย เกาหลี ญี่ปุ่น อนิเมะ รายการต่างๆให้เราเลือกดูมากมายเลย เรียกได้ว่าสามารถที่จะทำการดูได้แบบครบครันเลย

4.iQiyi

เป็นแอพดูหนังที่เป็นแพลตฟอร์มสตีมมิ่งจากเมืองจีน อีกแอพที่มีความน่าสนใจมากๆซึ่งจะมีซีรี่ย์ต่างๆมากมายให้เราเลือกดูและสามารถที่จะทำการโหลดเก็บเอาไว้ดูได้ด้วย และแอพนี้เป็นแอพที่ได้มีการคัดหนังและซีรี่ย์ที่สนุกจริงๆให้เราได้ดูมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นซีรี่ย์จากไทย เกาหลี การตูนต่างๆก็มีให้เราเลือกดูด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่า w88

โครงการStarlinkมีความสำคัญอย่างไร

หาก โครงการStarlink สำเร็จเป็นจริงขึ้นมาแล้วทุกคนบนโลกใบนี้จากทุกพื้นที่ทั่วโลกสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราบ้าง

หลายๆคนก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าElon Musk หรือว่าคนที่มีฉายาว่าlron Man บนโลกแห่งความเป็นจริงเขาเร่งที่จะพัฒนาโครงการStarlinkอยู่ซึ่งก่อนที่เราจะพูดถึงโครงการStarlinkว่ามีผลกระทบอย่างไรบ้างเรามาดูกันว่าโครงการStarlinkนั้นคืออะไร

ซึ่งเป็นโครงการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมที่ต้องการให้ทุกคนบนโลกใบนี้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้แต่จริงๆแล้วอินเทอร์เน็ตดดาวเทียมไม่ได้เพิ่งมีอย่างในประเทศไทยสมัยก่อนเราก็มีอินเทอร์เน็ตดาวเทียมชื่อว่า iPStar แต่ว่าจะมีข้อแตกต่างกันนิดนึงตรงที่ว่า iPStar นั้นจะเป็นดาวเทียมที่อยู่วงโคจรค้างฟ้าและตำแหน่งของดาวเทียมจะอยู๋ที่เดิม

ในขณะที่ของStarlinkจุดเด่นของเขาจะอยู่ตรงที่เป็นเครือข่ายดาวเทียมโคจรต่ำหรือภาษาอังกฤษเขาจะเรียกว่า Low Earth Orbit เรียกสั้นๆว่าLEOนั้นเองและสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือว่า Latency จะต่ำมากๆความหน่วงจะน้อยแล้วก็ความเร็วของอินเทอร์เน็ตจะสูงขึ้นมากกว่าในยุคของดาวเทียม iPStar 

นอกจกานี้แน่นอนแล้วว่าเป้าหมายหลักสำคัญของโครงการStarlinkก็คือการให้ทุกคนในทุกพื้นที่ทั่วโลกสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ด้วยโครงข่ายดาวเทียมที่จะถูกยิงออกไปถึง12,000ดวงในระยะที่1ครอบคลุมทั่วโลกและหลายคนพอมาถึงตรงนี้ก็ตั้งคำถามแล้วว่าถ้าอยากใช้อินเทอร์เน็ตจะต้องทำยังไงบ้างอย่างแรกคุณจะต้องมีจานดาวเทียมขนาดเล็กหรือว่าUser Terminal แล้วคุณก็จะสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้

โดยที่ไม่ต้องไปพึ่งสายนำสัญญาณ (Fiber Optic)หลายๆคนก็ได้ติดตามข่าวนี้มาโดยตลอดก็จะมีความรู้สึกหรือบางคนก็แซวว่า Elon Muskจะให้คนทั่วโลกได้ใช้Wi-Fiหรือเปล่าเพราดูจากค่าบริการแล้วก็ต่ำมากๆเลยมันอาจจะล้มค่ายมือถือหลายๆเจ้าได้เลยแต่ต้องบอกอย่างนี้ว่าทุกอย่างต้องเหมือนกับเหรียญที่มีสองด้านมีผลกระทบทั้งด้านบวกและผลกระทบทางด้านลบ

ดังนั้นผลกระทบด้านลวกแน่นอนเลยว่าประชาชนครึ่งนึงของโลกจะสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้คือต้องย้อนกลับไปก่อนจากผลของการศึกษาตัวเลขของWeb Foundation ในปี2018 ที่เขาระบุเอาไว้ว่ามีประชากรอีกครึ่งนึงของโลกที่ยังไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้

ซึ่งในการที่มีสิ่งนี้จะช่วยทำให้พวกเขาเหล่านี้เขาถึงอินเทอร์เน็ตได้จากทั่วทุกมุมโลกและก็จะทำให้เกิดการพัฒนาความก้าวหน้าในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นTele-Educationการศึกษาทางไกล Tele-Medecineการแพทย์ทางไกลและที่สำคัญคนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องเจอกับอุปสรรคในการตั้งเสาสัญญาณหรือว่ามีอุปสรรคที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตภาคพื้นดินได้สิ่งเหล่านี้จะหมดไปถ้าเกิดมีอินเทอร์เน็ตดาวเทียม

 

ขอบคุณ  วิธีเล่นบาคาร่า ufabet  ที่ให้การสนับสนุน

รัฐบาลจีนลงทุน 3.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อร่างกฎหมายส่งเสริมความมั่นคงทางไซเบอร์

        ส่งเสริมความมั่นคงทางไซเบอร์  มีการเปิดเผยออกมาจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนเกี่ยวกับเรื่องของการยกระดับความมั่นคงของประเทศด้าน Cyber โดยได้มีการกางแผนการดำเนินการที่จะยกระดับเกี่ยวกับ Cyber Security ให้มีความปลอดภัยระดับสูงโดยแผนการนี้จะต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการเกือบ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเลยทีเดียว

      สำหรับเหตุผลที่รัฐบาลจีนอยากจะมายกระดับความมั่นคงทางไซเบอร์นั้นก็เพราะว่าในช่วงปีที่ผ่านมานั้นจะเห็นได้ว่าปัญหาด้านไซเบอร์นั้นได้รับการคุกคามเป็นอย่างมากและมีการคุกคามเกี่ยวกับโลกไซเบอร์อย่างต่อเนื่องดังนั้นทางรัฐบาลจีนจึงอยากจะให้ช่องทางไซเบอร์นั้นมั่นคงและปลอดภัยจึงได้มีการลงทุนเพื่อส่งเสริมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมด้านไซเบอร์ 

          จะเห็นได้จากก่อนหน้านี้ที่ในโลกไซเบอร์นั้นมีหลายประเทศที่ได้รับการคุกคามเกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยข้อมูลส่วนตัว  ส่งเสริมความมั่นคงทางไซเบอร์ ดังนั้นทางรัฐบาลจีนจึงจำเป็นที่จะต้องมีการป้องกันข้อมูลส่วนตัวด้านนี้จึงจำเป็นที่จะต้องมีการลงทุนนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ในโลกไซเบอร์กันเอง และสำหรับสิ่งที่ทางรัฐบาลต้องการยกระดับความมั่นคงก็คือการที่ ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนนั้นจะต้องปลอดภัยโดยเบื้องต้นนั้นทางด้านรัฐบาลจะมีการสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนก่อน 

            สำหรับการที่จะมีการยกระดับความมั่นคงทางไซเบอร์นั้นทางรัฐบาลจีนได้มีการจัดตั้งงบประมาณเอาไว้แล้วโดยคาดว่าจะต้องมีการลงทุนเป็นจำนวนสูงมหาศาลและไม่น้อยกว่า 3.86 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งก็ประมาณนี้จะต้องจัดการให้แล้วเสร็จภายในปี 2023 นี้อย่างแน่นอน 

       สำหรับเรื่องการคุกคามข้อมูลส่วนตัวบนโลกไซเบอร์นั้นเริ่มมีมาตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของไวรัสโคโรนาเนื่องจากว่าในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนาอยู่นี้หลายประเทศทั่วโลกต้องมีการเว้นระยะห่างระหว่างกันและการทำงานที่ออฟฟิศนั้นมีความเสี่ยงมากเกินไปจึงถูกบังคับให้พนักงานนั้นต้อง work from home และหลังจากนั้นพนักงานส่วนใหญ่ก็จะต้องมีการทำงานที่บ้านผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งมันง่ายมากที่ทางพวกแฮกเกอร์จะทำการจดจำข้อมูลในช่วงเวลาที่ทุกคนจำเป็นที่จะต้องใช้งานเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์เหล่านี้

       ดังนั้นการยกระดับความปลอดภัยเกี่ยวกับไซเบอร์นั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจีนถูกนำมาพิจารณาอย่างไรก็ตามไม่ใช่เพียงรัฐบาลเจนเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่เห็นความสำคัญทางไซเบอร์และเห็นความสำคัญเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานทางรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาเองก็เห็นตรงกันกับประเทศจีนเหมือนกันซึ่งในขณะนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาเองก็ดำเนินการยกระดับความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ของประเทศตนเองเช่นเดียวกัน 

     อย่างไรก็ตามว่ากันว่าก่อนหน้านี้ผู้ให้บริการเกี่ยวกับรถยนต์รายใหญ่ในประเทศจีนนั้นได้ถูกตรวจสอบจากทางรัฐบาลจีนพบว่าบริษัทรถยนต์โดยสารรายใหญ่นี้มีข้อมูลของผู้ใช้งานจัดเก็บเอาไว้เยอะมากจนเกินไปใน Application ของ  IDID ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากเกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยของข้อมูลดังนั้นจึงถูกรัฐบาลจีนกำชับให้มีการดูแลข้อมูลของลูกค้าให้ดีอย่าให้ข้อมูลของผู้ใช้งานนั้นถูกแฮกเกอร์ขโมยไปซึ่งทางบริษัทรถยนต์ดังกล่าวก็รับปากที่จะนำไปปรับปรุงแก้ไข

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร บาคาร่า ufabet

AIS จับมือ Disney + Hotstar สมัครแพ็จเก็จเดือนละ 35 บาท

          เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ข่าวเกี่ยวกับ Disney + Hotstar  กันบ้างแล้ว ว่าจะมีการเข้ามาเปิดตัวการให้บริการในประเทศไทยซึ่งบริการนี้เปรียบเสมือนเป็นบริการ Streaming อย่างหนึ่งโดย Content ที่ให้บริการนั้นก็จะเป็น Content สำหรับการเปิดให้ชมภาพยนตร์หรือ Series นอกจากนี้ยังมีรายการอื่นๆอีกมากมายจากค่ายดังๆโดยบริการ Disney + Hotstar  ไม่ใช่การที่จะเปิดให้ดูเฉพาะแค่หนังของดิสนีย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังมีบริษัทผลิตหนัง 9 คนอื่นที่สามารถนำมาฉายในคอนเทนต์นี้ได้ด้วย

        สำหรับบริการนี้เป็น Content ที่ต่างประเทศกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากและได้มีการเข้ามาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยดังนั้นหากใครที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของการชมภาพยนตร์หรือซีรีย์ที่ดังระดับโลกสามารถที่จะเข้าไปชมได้ผ่านทาง Content นี้เพียงต้องสมัครบริการซึ่งโดยปกติแล้วค่าบริการนั้นจะถูกคิดค่าบริการเป็นแบบรายเดือนโดยคิดเป็นแบบเดือนละ 99 บาท  หรือถ้าใครอยากจะเสียค่าบริการแบบรายปีก็จะคิดเป็นปีละ 799 บาทนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามทางบริษัท AIS ได้จับมือกันกับDisney + Hotstar  ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศร่วมมือกันอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วบริษัท AIS ก็ได้มีการออกกรมธรรม์ให้กับลูกค้าที่เป็นลูกค้าของทางโดยตรงโดยถ้าลูกค้าคนไหนสนใจอยากจะใช้ Content นี้ก็สามารถที่จะทำการสมัครบริการได้ซึ่ง AIS มอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าคนสำคัญด้วยการคิดค่าสมาชิกเพียงแค่เดือนละ 35 บาทเพียงเท่านั้น  โดยอัตราค่าบริการนี้จะให้บริการนานถึง 12 เดือนเลยทีเดียว

        อย่างไรก็ตาม  ถ้าหากลูกค้าของ AIS ต้องการยกเลิกบริการก่อนก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันแต่ถ้าหากไม่ต้องการยกเลิกบริการก็ใช้งานต่อเนื่องนาน 1 ปีหลังจากนั้นทางบริษัท AIS จะมีการแจ้งราคาค่าบริการรายเดือนอีกครั้งหนึ่งว่าจะมีการต่อราคาสมาชิกเดิมหรือไม่หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงราคาเป็นเท่าไหร่

         สำหรับบริการนี้ลูกค้า AIS สามารถเพียงกดไปที่ * 111 แล้วกดโทรออก  หลังจากนั้นก็รอรับ SMS ส่งมาที่โทรศัพท์มือถือและกดยืนยันว่าจะลงทะเบียนการสมัครเป็นสมาชิกและเมื่อ   Content  นี้เริ่มเปิดให้บริการเมื่อไหร่ก็สามารถที่จะใช้บริการได้เลยโดย Disney + Hotstar   จะให้บริการในประเทศไทยในวันแรกก็คือวันที่ 30 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564 ซึ่งถ้าหากลูกค้าที่ไม่ได้ใช้เครือข่าย AIS สนใจจะย้ายมาใช้บริการ AIS เพื่อใช้บริการDisney + Hotstar   เพื่อใช้บริการสามารถทำได้เช่นเดียวกันเพราะ สิทธิพิเศษนี้ให้ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ของ AIS เลยทีเดียว 

          สำหรับโทรศัพท์มือถือที่จะสามารถใช้ในการรับชม Content ของ Disney + Hotstar   ของได้ ของได้นานรองรับได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android รวมถึงทีวีที่เป็นของ  Android และ Apple  เช่นเดียวกันซึ่งถ้าหากว่ามีการสมัครเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 1 account บัญชีนั้นจะสามารถเชื่อมต่อในการเข้าชมได้ 2 เครื่องพร้อมกันเลยทีเดียว

 

ขอขอบคุณ    ae บาคาร่า    ที่ให้การสนับสนุน

Microsoft  เตรียมยุติการสนับสนุน Windows 10 พร้อมกรุยทางไปเป็น windows 11 ในปี 2025 

        เชื่อว่าสำหรับการใช้งานด้านคอมพิวเตอร์แล้วหลายคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าในขณะนี้คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่นั้นใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 อยู่ซึ่งก่อนหน้านี้ทางด้านบริษัท Microsoft เองได้ออกมาพูดถึงระบบปฏิบัติการ Windows 10 ว่าจะเป็นระบบสุดท้ายหรืออาจจะกล่าวได้ว่าเป็นเวอร์ชั่นสุดท้ายที่จะใช้ในการดำเนินการทางด้านคอมพิวเตอร์

       อย่างไรก็ตามแต่ในตอนนี้เรียกว่าสถานการณ์น่าจะมีการพลิกผันเปลี่ยนแปลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพราะล่าสุดนั้นมีความเป็นไปได้เกิดขึ้นหรือการว่าทางบริษัท Microsoft นั้นอาจจะมีการปรับเปลี่ยนแผนงานการดำเนินธุรกิจของตนเองไปจากที่เคยประกาศเกี่ยวกับเรื่องของการจะใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 เป็นเวอร์ชั่นสุดท้าย  แต่ปัจจุบันนี้เหมือนกับว่างทาง Microsoft  กำลังมีการพับแผนดังกล่าวลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

   ซึ่งมีข่าวลือออกมาหนาหูด้วยว่าสาเหตุที่ทำไม Microsoft   เตรียมที่จะยุติการให้การสนับสนุนระบบปฏิบัติการ Windows 10 นั่นก็เพราะว่าเขากำลังมีการพัฒนาที่จะใช้เวอร์ชั่นใหม่เป็นระบบปฏิบัติการ Windows 11 นั่นเอง  ส่วนสาเหตุว่าทำไมผู้คนถึงมีการรื้อออกมาว่าทางบริษัทไมโครซอฟท์จะยุติการให้การสนับสนุนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ซึ่งมีการสนับสนุนกันมาอย่างยาวนานนั่นก็เพราะว่าหลายคนเริ่มสังเกตเห็นแล้วว่าหน้าเว็บไซต์ของบริษัท Microsoft นั้นมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล

        โดยข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้นพวกเขาเห็นว่าทำไมโครซอฟได้มีการอัพโหลดข้อมูลขึ้นมาใหม่ซึ่งข้อมูลนี้มีการแสดงให้เห็นว่าระบบปฏิบัติการ Windows 10   จะสามารถใช้งานได้ถึงแค่ประมาณวันที่ 14 เดือนตุลาคมปีพ. ศ. 2025 เท่านั้นซึ่งจะเห็นได้จากหน้าจอ home และ Pro   ที่มีการระบุเป็นตัวเลขเอาไว้อย่างชัดเจนนั่นแสดงให้เห็นว่าทางบริษัท Microsoft ไม่มีแนวความคิดที่จะมีการใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ต่อออกไปอีก

        ซึ่งหลายคนที่เข้ามาเห็นเว็บไซต์ของ Microsoft ต่างก็พากันลงความเห็นว่าทางด้าน Microsoft นั้นน่าจะกำลังส่งสัญญาณให้กับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ว่าอาจจะมีการเตรียมยุติการใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows 10 เร็วๆนี้และน่าจะมีการเตรียมหลบหลบปฏิบัติการรุ่นอื่นที่จะเอามาใช้งานต่อจาก  Windows 10 นี้อย่างแน่นอนเพราะถ้าหากว่า Microsoft ยังคงต้องการใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ก็จะต้องมีการอัพเดทข้อมูลต่างๆแล้ว

     ซึ่งในขณะนี้หลังจากที่มีการติดตามมาสักระยะหนึ่งก็ไม่พบว่า Microsoft นั้นจะมีการอัพเดทข้อมูลอะไรขึ้นมาเลยอย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางบริษัท Microsoft ว่าสิ่งที่หลายคนเข้าใจนั้นถูกต้องหรือไม่และ Microsoft จะทำระบบปฏิบัติการ Windows 11 ขึ้นมาหรือไม่  ซึ่งหลายฝ่ายนั้นก็รอติดตามการประชาสัมพันธ์ของบริษัท Microsoft ซึ่งคาดว่าในวันที่ 24 มิถุนายนนี้น่าจะมีข้อมูลอะไรที่บริษัท Microsoft จะสื่อให้เห็นว่า Windows 11 จะมีเกิดขึ้นจริงหรือไม่ในงาน Microsoft Event นั่นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    ทางเข้า ufabet ภาษาไทย