หมวดหมู่: ไอที

Forwarder และ Root hint

กรณีที่ไคลเอนต์ต้องการทราบไอพีแอดเดรสของ www.bandhit.com ก็จะส่งการร้องขอผ่านกระบวนการ Resolver ไปยัง DNS Server บนโดเมนของตน (เป็นการร้องขอแบบ Recursive) แต่เครื่อง DNS Server ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์นี้ จึงส่งการร้องขอไปยัง Root Name Server (เป็นการร้องขอแบบ Iterative) ซึ่งเป็นเครื่อง Name Server ระดับบนสุดของอินเทอร์เน็ต กว่าจะได้คำตอบก็ใช้เวลานาน

เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยกำหนด DNS Forwarder ส่งการร้องขอ (Iterative Query) ไปยัง DNS Server ภายนอก คือ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่เราใช้บริการอยู่ให้ค้นหาแทน เมื่อได้คำตอบแล้วจะเก้บข้อมูลไว้ในแคช และส่งคำตอบกลับไปให้ไคลเอนต์ ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่า

ระบบ DNS จะมี Name Server ที่มีอำนาจดูแลโดเมนนั้นอยู่ (Authoritative Name Server) และจัดการกับโดเมนนั้นได้อย่างเต็มที่ แต่ไม่มีความสามารถในการทำ Forwarder คำร้องขอบริการแมปชื่อโดเมนไปยัง Name Server เครื่องอื่นได้ จึงต้องมีการกำหนด Name Server ให้ทำหน้าที่เป็น Forwarder ขึ้น ซึ่งเครื่องที่เป็น Forwarder จะอยู่ในระดับสูงกว่า Name Server ปัจจุบัน

การทำงานเริ่มจากกรณีที่เครื่อง Name Server ภายในโดเมน ไม่สามารถค้นหาหรือแมปชื่อโฮสต์ต่างโดเมนได้ ก็จะส่งการร้องขอบริการไปยังเครื่องที่เป็น Forwarder เพื่อให้จัดการส่งคำตอบสุดท้ายกลับมา (ไม่ว่าจะแมปชื่อโฮสต์ได้หรือไม่ก็ตาม)

การทำงานของ Forwarder และ Root Hints กล่าวคือ

เมื่อไคลเอนต์ส่งคำร้องขอเพื่อแมปชื่อโดเมน bandhit.com มายัง Name Server บนระบบ (การทำ Recursive) และไม่สามารถค้นหาชื่อโดเมนนั้นได้ ก็จะส่งคำร้องขอนั้นไปยัง Forwarder เพื่อให้ทำ iterative query ผ่านอินเทอร์เน็ตไปยัง Root Domain Name Server ซึ่งจะบรรจุรายชื่อ Root Name Server บนอินเทอร์เน็ตเอาไว้เรียกว่า “Root Hints” (Windows Server 2012 R2 ได้บรรจุรายชื่อและไอพีแอดเดรสของ Root Domain Name Server เอาไว้ในแท็บ Root Hints ซึ่งมีอยู่ 13 ตัวด้วยกัน)

กำหนด DNS Forwarder

Forwarder เป็นเสมือนการแบ่งเขตระหว่าง DNS Server ภายในองค์กรกับ DNS Server ภายนอกที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันอันตรายจากผู้บุกรุก เนื่องจาก DNS Server ภายในองค์กรเป็น Authoritative Name Server ที่มีอำนาจจัดการได้แต่ภายในโดเมนของตนเอง และจะเก็บเฉพาะเรคอร์ดที่รู้จักภานในโซนของโดเมน  หรือที่มีอยู่บนฐานข้อมูล DNS บนเครื่องเท่านั้น

เวลาที่ไคลเอนต์สอบถามการแมปชื่อโฮสต์ต่างโดเมนหรือบนอินเทอร์เน็ต เครื่อง DNS Server ภายในองค์กรจะส่งต่อการร้องขอนั้นไปยัง DNS Server ภายนอกที่เป็น Forwarder เพื่อทำ Iterative query ในการค้นหาต่อไป ซึ่งมีขั้นตอนในการกำหนด Forwarder ดังนี้

เริ่มต้นการใช้งาน Windows Server 2012 R2

เราจะเริ่มเรียนรู้จักหน้าจอและส่วนการทำงานต่างๆ บน Windows Server 2012 R2 การสลับเลือกไปใช้อินเทอร์เฟซในโหมดต่างๆ และการกำหนดคุณสมบัติพื้นฐานของเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งจะมีผลต่อการไปกำหนดค่าการทำงานอื่นๆ ต่อไป

อินเทอร์เฟซสไตล์ Metro

Metro เป็นรหัสพัฒนา User Interface ของ Windows 8 และ Windows Server platform ออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้กับ Desktop Apps หมายถึง แอพเดิมๆ ที่มีใช้กันอยู่ทุกวันนี้ และแอพแบบใหม่ Metro Style Apps เพื่อใช้ในโหมดแท็บเล็ต (Tablet), จอสัมผัส (Touch screen) และรวมไปถึง ARM (Advanced RISC Machine) ซึ่งเป็นไมโครโปรเซสเซอร์ชนิดหนึ่งที่มีสถาปัตยกรรมแบบ RISC ถูกออกแบบให้นำไปใช้กับไมโครคอนโทรลเลอร์บนอุปกรณ์หลายชนิด เช่น โทรศัพท์มือถือ, ออร์แกไนเซอร์, โมเด็ม, กล้องถ่ายรูป และเครื่อง Workstation ระดับสูง

Metro Style จะมาพร้อมกับ API ตัวใหม่ที่เรียกว่า WinRT (Windows Runtiome) ซึ่งถือเป็น API ชุดใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Win32 และ .NET เลย ภาษาที่ใช้พัฒนา Metro Apps มีให้เลือก 3 แบบด้วยกันคือ

  1. HTML + JavaScript รันผ่านเอนจิน (Engine) จาวาสคริปต์ของ Internet Explorer (IE)
  2. XAML + C/C++ รับแบบ Native
  3. XAML + C#/VB รันผ่าน CLR ของ .NET

Windows Server 2012 R2 ได้แยกส่วนของ Start ที่อยู่รวมกับ Desktop ออกมาเป็นแอพพลิเคชันอีกตัวหนึ่ง มีหน้าที่เชื่อมต่อกับส่วนต่างๆ ทั้งฮาร์ดแวร์และแอพพลิเคชันอื่นๆ กลายเป็น Start Screen ในรูปแบบของ Metro Style (ยกเลิกการใช้ Start Menu ที่เคยใช้กันมานานร่วม 18 ปีตั้งแต่ Windows 95)

เริ่มต้นด้วย Start Screen

หลังจากที่เราได้ล็อกออนเข้า Windows Server แล้วให้กดคีย์ Windows ก็จะแสดงหน้า Start screen เป็นหน้าหลักในการใช้งาน Windows Server 2012 R2 ซึ่งแสดงแอพต่างๆ ในรูปแบบของกรอบสี่เหลี่ยม เรียกว่า ไทล์ (Tiles)

Tile (ไทล์) คือกรอบสี่เหลี่ยมแต่ละอันที่ใช้แสดงแอพ (Application) เปรียบได้กับไอคอนแบบเดิม ไทล์จะแสดงสัญลักษณ์ของแอพ สามารถคลิกเรียกใช้งานได้ และไทล์ของแอพยังสามารถบอกข้อมูล สถานะของตัวมันเองได้อีกด้วย เช่น ไทล์ของแอพ Weather ที่สามารถแสดงสภาพภูมิอากาศในเวลานั้น โดยที่ไทล์นั้นต้องติดตั้งจาก Windows store ก็จะมีการอัพเดตข้อมูลให้ทันสมัยเสมอ เช่น Weather แต่ถ้าไทล์ตัวนั้นไม่ได้ติดตั้งจาก Windows store ก็ไม่มีการอัพเดตข้อมูลใดๆ

ในไทล์แต่ละอันจะมีออพชันให้เลือกใช้งานได้อีก ด้วยการคลิกขวาตรงไทล์ที่ต้องการ จะแสดงออพชันด้านล่างมาให้เลือกใช้งาน (คล้ายการคลิกขวาที่ไอคอนนั้นๆ)